จอร์จี้ คลินคลัดเซ่

การแจ้งเกิดของ อีรีค คันโตน่า กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงกลางของยุค 90 ได้เปลี่ยนโฉม วงการฟุตบอล พรีเมียร์ลีกไปเป็นอย่างมาก นักเตะที่มีการเล่นคล้าย คันโตน่า ต่างพากันย้ายมาเล่นในอังกฤษมากมาย ทั้ง เดนนิส เบริกแคมป์ กับ อาร์เซน่อล หรือ จานฟรังโก้ โซล่า กับ เชลซี แต่ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปทุกคน


และนั่นรวมถึง จอร์จี้ คลินคลัดเซ่ นักเตะที่ดีที่สุดของ ซิตี้ ในยุค ’90

มาราโดน่าแห่งคาบสมุทรบอลข่าน

มาราโดน่าแห่งคาบสุมทรบอลข่าน คือฉายาของ จอร์จี้ คลินคลัดเซ่ นักเตะที่ย้ายมาร่วมทีม แมนฯ ซิตี้ ในปี 1995 ซึ่งถือว่าสร้างเซอร์ไพร์สเป็นอย่างมาก เพราะ คลินคลัดเซ่ ถือเป็นดาวรุ่งที่เป็นที่หมายตาของหลายสโมสรชื่อดัง จากการลากเลื้อย การจบสกอร์ และเทคนิคเฉพาะตัวของเขา ซึ่งโดดเด่นเป็นอย่างมากในช่วงนั้น

หลังจากที่เกือบจะได้เซ็นต์สัญญากับสโมสรอย่าง แอตเลติโก มาดริด, เรอัล มาดริด รวมถึง โบคา จูเนียร์ สโมสรที่ทำให้เขาได้ร่วมซ้อมกับขวัญใจของเจ้าตัวอย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า แต่ สุดท้าย คลินคลัดเซ่ ก็ถูก อลัน บอล ผู้จัดการทีม เรือใบสีฟ้าในตอนนั้น คว้าตัวมาร่วมทีม

การปรับตัวในพรีเมียร์ลีก

ในระยะแรก คลินคลัดเซ่ มีปัญหาเป็นอย่างมากกับการปรับตัวในอังกฤษ ทั้งปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษ ความคิดถึงบ้าน และความเหงา ซึ่งเจ้าตัวเคยอาศัยอยู่โรงแรมในตัวเมือง แมนเชสเตอร์ เพียงลำพังถึง 3 เดือน ก่อนทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้น จากการเข้ามาของเพื่อนชาวจอร์เจียและแม่ของเขา คาทูน่า ที่เข้ามาดูแล คลินคลัดเซ่ ให้มีความรู้สึกคล้ายกับสมัยอยู่ จอร์เจียมากขึ้น ทั้งเรื่อง อาหารการกิน และ การใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ

หลังจากนั้นฟอร์มการเล่นของเขาก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถทำประตูแรกให้กับทีมได้สำเร็จในนัดที่ แมนฯ ซิตี้ เฉือนเอาชนะแอสตัน วิลล่า ได้สำเร็จที่สนาม เมน โร้ด ในช่วงท้ายเกม 1-0 เมื่อ เดือน พฤศจิกายน 1995 และยังทำประตูสวยๆได้อีกหลายลูก ทั้งการทำประตู มิดเดิลสโบร์ห ในเดือนธันวาคม โดยเฉพาะประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนมีนาคม 1995 ที่ คลินคลัดเซ่ เลี้ยงเดี่ยวหลบกองหลังสี่คนของ เซาธ์แธมป์ตัน เข้าไปชิพบอลข้ามตัวผ่านนายด่าน อย่าง เดฟ บีแซ้นท์ เป็นประตูอย่างสวยงาม

“การทำประตูของ จอร์จี้ ในวันนั้นทำให้ผมนึกถึง ตอนที่ มาราโดน่า ยิงประตูทีมชาติอังกฤษ ในฟุตบอลโลก มีหลายคนสงสัยว่า ทำไมผมถึงต้องดึงตัวเขามาร่วมทีม ประตูที่เข้ายิงใส่ เซาธ์แธมป์ตัน ในวันนั้น ตอบคำถามนี้ได้หมดทุกอย่าง” อลัน บอล พูดถึงลูกทีมคนเก่ง

ลูกรักของผู้จัดการทีม

แต่อาจเป็นเพราะการมาสู่พรีเมียร์ลีกที่เร็วเกินไปของ มิดฟิลด์ จอมเทคนิก จาก จอร์เจีย ทำให้ฤดูกาลแรกของเขากับ แมนฯ ซิตี้จบลงด้วยการตกชั้นของทีมเรือใบสีฟ้า ซึ่งในยุคนั้น ทีมในพรีเมียร์ลีกส่วนใหญ่ นิยม แผนการเล่นแบบ 4-4-2 และเน้นบอลโยนเป็นหลัก ซึ่งระบบแบบนั้น ไม่เหมาะกับนักเตะร่างเล็กอย่าง

คลินคลัดเซ่ เลยแม้แต่น้อย

อีกทั้ง อลัน บอล ยังพยายามปรับทุกอย่างของ แมนฯ ซิตี้ เพียงเพื่อให้เข้ากับการเล่นของ คลินคลัดเซ่ แต่ผลลัพธ์ของมันกับไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง รวมถึงทำให้ผู้เล่นหลายคนของ แมนฯ ซิตี้ เริ่มไม่พอใจ บอล ที่เอาอกเอาใจ มิดฟิลด์ชาว จอร์เจียมากเกินไป

โดยเฉพาะในนัดที่ แมนฯ ซิตี้ พ่ายให้กับ อาร์เซน่อล ซึ่ง ทีมเรือใบ ต้องเสียประตูจากการไม่ยอมเข้าปะทะเพื่อตัดเกมของ คลินคลัดเซ่ ทำให้ผู้เล่นหลายคนนำเรื่องนี้ไปคุยกับ บอล แต่คำตอบที่ได้รับกลับออกมาจากผู้จัดการทีมของพวกเขาคือ “หากนายเล่นบอลได้เก่งเหมือนที่ จอร์จี้ เล่น นายก็จะไม่ยอมเข้าตัดบอลหนักเหมือนกันนั้นแหละ” นิกกี้ ซัมเมอร์บี อดีตปีกทีมเรือใบในยุคนั้น ได้ออกมาร่วมยืนยันในเรื่องนี้

“จอร์จี้ไม่ผิดหรอก บอล ต่างหากที่โอ๋เขามากเกินไป ส่วนตัวแล้วผมชอบเขานะ และไม่เคยคิดอิจฉาเขาในเรื่องนี้เลย แต่แน่นอนว่ามีผู้เล่นในทีมหลายคนไม่พอใจกับเรื่องนี้ แต่ตอนนั้น จอร์จี้ก็คงไม่รู้ตัว เพราะเขากำลังหลงไปกับคำสรรเสริญเยินยอรอบตัวเขา”

“ปัญหาของ จอร์จี้ ก็คือการที่เขาเล่นเข้ากับระบบ 4-4-2 ไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่ผู้เล่น แบบ มิดฟิลด์ สารพัดประโยชน์ แต่จะโชว์ฟอร์มได้ดีก็ต่อเมื่อมีลูกบอลอยู่ที่เท้าเท่านั้น และ บอล ก็พยายามปรับระบบการเล่นของทีมเพื่อเขาอยู่ตลอดเวลา โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่” ซัมเมอร์บี เล่าถึงปัญหาในวันนั้น

หลังจากที่ทีมตกชั้น และ อลัน บอล ถูกไล่ออก แมนฯ ซิตี้ ก็ได้ แฟร้งค์ คาร์ก มาคุม ซึ่ง คาร์ก เองก็ยังยึดเอา คลินคลัดเซ่ เป็นแกนหลักของทีมอยู่ดี และพยายามเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นโดยมีคลินคลัดเซ่เป็นศูนย์กลาง

“คลินคลัดเซ่ จะเป็นหัวใจในแผนการเล่นของเรา นั้นคือการที่จะทำให้เขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เขาเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ แต่ไม่ใช่นักเตะที่ชอบวิ่งพล่านไปทั่วสนามเมื่อไม่มีบอลที่เท้า ซึ่งนั้นทำให้เพื่อนร่วมทีมหลายคนไม่พอใจเขา เราจึงควรปรับระบบเพื่อให้เขาเล่นได้ง่ายขึ้น”

เช่นเดียวกันกับ บอล เมื่อ คาร์ก ได้ทดลองทั้ง 4-4-2 โดยให้ คลินคลัดเซ่ รับบทหน้าต่ำ รวมถึง 4-3-1-2 โดยให้ คลินคลัดเซ่ รับบท มิดฟิลด์ตัวรุกอยู่หลังกองหน้าสองคน แต่ผลงานของทีมก็ไม่ได้ดีขึ้น ก่อนถูกปลดจากตำแหน่งในที่สุด ซึ่งคาร์กได้ออกมายอมรับว่า “จริงๆแล้ว 4-3-1-2 คือ แผนการเล่นที่เหมาะกับ จอร์จี้มากที่สุด แต่ ปัญหาก็คือ มันไม่เข้ากับผู้เล่นคนอื่นๆเลย”

ขายคลินคลัดเซ่ทิ้งซะ!

โจ รอยส์ คือผู้จัดการทีมที่เข้ามาแทนที่ คาร์ก และจากนิสัยที่ตรงไปตรงมาของ รอยส์ ประโยคแรกที่ รอยส์ พูดกับ บอร์ดบริหารทันทีที่มาถึงถิ่น เมนโร้ด คือ การบอกให้บอร์ดขายคลินคลัดเซ่ทิ้งซะ

“เราควรขายจอร์จี้ออกจากทีม ที่ผ่านมา เขาถูกตามใจและถูกยกย่องมามากเกินไป แต่สำหรับผมแล้ว เขาคือจุดอ่อนของทีม เขาเล่นบอลเพื่อตัวเอง ไม่มีความเป็นทีมเวิร์คกับเพื่อนร่วมทีมเลยแม้แต่น้อย”

รอยส์ ได้ปรับจูนทีม แมนฯ ซิตี้ ใหม่ โดยเน้นความเป็นทีมเวิร์คมากขึ้น จนสามารถพาทีมกลับสู่ พรีเมียร์ลีกได้ภายในสอง ซีซั่น ในขณะที่ คลินคลัดเซ่ ถูกขายให้ อาแจ๊กซ์ ในปี 1998 แต่ก็ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมยักษใหญ่แห่งฮอลแลนด์ได้ จากระบบการเล่นแบบ 4-3-3 ซึ่งไม่เข้ากับการเล่นแบบของเขา ก่อนย้ายกลับสุ่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งกลับ ดาร์บี้ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเหมือนเคย และได้แขวนสตั๊ดในปี 2007 จบยุคตำนานมาราโดน่าแห่งคาบสมุทรบอลข่านลงนับแต่นั้น

ความสำคัญของทีมเวิร์ค

จอร์จี้ คลินคลัดเซ่ คือตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนของความสำคัญจากการเล่นเป็นทีมในเกมฟุตบอล เพราะไม่ว่าผู้เล่นจะโชว์ฟอร์มได้อย่างมหัศจรรย์มากแค่ไหน แต่หากไม่สามารถเล่นให้เข้าขากับเพื่อนร่วมทีมได้ จากหัวใจของทีมก็อาจเป็น จุดอ่อนของทีมได้ไม่ยาก

และหาก โจ รอยส์ ไม่ตัดสินใจขายเขาออกจากทีม ทั้งๆที่มีเสียงต่อต้านมากมาย เพราะตอนนั้น คลินคลัดเซ่ คือขวัญใจของกองเชียร์เรือใบ ทุกวันนี้ แมนฯ ซิตี้ อาจเป็นเพียงทีมเล็กๆที่เวียนว่ายอยู่ในลีกล่างของอังกฤษ แบบไม่มีใครเหลียวแล แม้กระทั่ง ท่าน ชีค มันซู มหาเศรษฐี ที่เข้ามาปลุกปลั้น ทีมเรือใบสีฟ้า จนยิ่งใหญ่ได้ในปัจจุบันนี้ ก็เป็นได้


Powered by UFABET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน